เมื่อคืน.....

ทหารฉีเป็นพิธีกรในการเลี้ยงรับ-ส่ง ผอ.รพ.ค่าย ทั้งท่านเก่าและท่านใหม่

ทหารฉีจึงต้องสวยเป็นพิเศษ เพราะ......

แขกมีมาตั้งแต่ผู้การฯ ยันกำลังพลจากรพ.ค่ายจิรประวัติ

ทหารฉีแต่งหน้าตั้งแต่ บ่ายสาม

ทำงานจริงทุ่มกว่าวววว.....

หน้างี้มันเยิ้มเลย......

ทหารฉีเป็นพิธีกรคู่กับหมอฟัน

เราเตรียมงานกันมาระยะหนึ่งแล้ว

แถมยังเข้าขากันได้ดี

รายการใดสนใจพิธีกรคู่สุดมันฮา......

ติดต่อด้าย........

ทตลอดงานยี่สิบ บาททททททททท..

บนเวทีลื่นไหลไปตามบท

แต่พอทหารฉีหมดหน้าที่

ทหารฉีก็สวมวิญญาณนักสังคมสงเคราะห์....

เดินมันทุกโต๊ะเลยยยย.......

คิดซะว่าเป็น ส.ส.ออกหาเสียงแล้วกัน.......

วันนั้นเป็นวันรวมญาติของ ยศ.ทบ.

เพราะ......

ยศ.ทบ. 51และยศ.ทบ. 52 มานั่งโต๊ะเดียวกัน

ปีนี้มีพี่เป้ ตำแหน่ง สวส. ยศ.ทบ. 52 และน้องแพร นายทหารโภชนาการ ยศ.ทบ. 52

พี่โต้ด อนุศาสนฯ ยศ.ทบ. 51และทหารฉี ยศ.ทบ. 51 ก็มาทำความรู้จักกัน

ทำไงได้... ก็เรามีแค่นี้ง่ะ

ช่วงท้ายของรายการ....

ทหารฉีมอมเหล้าทหารพระไปสามแก้ว.... ฮิฮิ.....

เต้นตั้งแต่สองทุ่มกว่าจนเกือบตีหนึ่ง....

เหนื่อยมากก.........

พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปร่วมพิธีที่ศาลากลางจังหวัดแต่เช้าอีกต่างหาก

 

ที่สำคัญ......

ทหารฉียังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่แต่งหน้าตอนบ่ายสาม

ตอนทำงานก็กินไม่ได้

หลังหมดหน้าที่ก็เดินดื่มตามโต๊ะ

อยากบอกว่า.......ทหารฉีหิวข้าวววววว........

ทหารฉี..ปริญญาโท

posted on 28 Aug 2009 15:01 by taharn

 

 

วันอาทิตย์นี้แล้ววววว.....

ทหารฉีจะได้เป็นนักศึกษาใหม่เต็มตัว...

เพราะว่า......

ทหารฉีกำลังจะเข้ารับการปฐมนิเทศนักศึกษาปริญญาโทแล้ว... ฮิฮิ...

รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต

สาขาการบริหารและพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท

หน้าตา OTOP อย่างทหารฉี...

ทางมหาลัยก็เลยรับไว้เรียนอย่างเสียไม่ได้...ฮาฮา...

ต่อไปนี้........................

ทหารฉีคงไม่ได้ตื่นสายหรือเร่ร่อนไปที่นั้นที่นี้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว..

เพราะว่าต้องอ่านหนังสือและเข้าเรียน...

คงต้องพูดออกมาคำเดียวว่า....

ฉิบหายแล้ว....

 

อยู่ดีๆไม่ชอบ ชอบหาเรื่องใส่ตัวเอง..

ก็เป็นไปด้วย ปะ-กา-ระ-ฉะ-นี้

สาธุ............

ทหารฉี...เฉียดตาย

posted on 26 Aug 2009 15:28 by taharn

หายปายนานนนน...อีกแว้ววววว.....

เจ้านายส่งไปสัมมนา........ที่ขอนแก่น.....

ก็เลยกลับบ้านก่อน...ฮิฮิ...

วันศุกร์จึงออกจากอุตรดิตถ์มุ่งหน้าพิษณุโลกเพื่อต่อรถไปยังเลย.....

ต้องขออภัย ผู้ใช้รถใช้ถนนชาวพิษณุโลกในวันที่ 21 ส.ค.52 เวลา12.05-12.12 น.

เนื่องด้วยข้าพเจ้าทหารฉี.... มาถึงพิษณุโลกตอน 12.05 น.

แต่รถเที่ยวเช้าที่มุ่งหน้ายังเลย ออกไปแล้วในเวลา 12.00 น.

เที่ยวต่อไปต้องรอหกโมงเย็น

ทหารฉีก็เลยต้องพึ่งบริการพี่วิน(มอร์ไซค์) บริเวณ บขส.

พี่วินเข้ามาถามด้วยความห่วงใยว่าเหตุการณ์และความต้องการของทหารฉีเป็นเช่นไร...

ทหารฉีได้รับข้อเสนอมาว่า พี่วินจะโทรแจ้งคนขับรถให้จอดรอก่อน

แล้วจะขับมอไซค์ไปส่ง.....

ทหารฉีเหมือนเห็นสวรรค์มาโปรดหรือนรกมารอรับ......

ก็เลยตอบตกลง....

พี่วินถอดเสื้อวินพร้อมทั้งโทรแจ้งคนขับรถเป้าหมาย...

พี่วิน : น้องไม่ต้องเกร็งนะ ถนนแถวนี้พี่ชำนาญ น้องไม่ต้องกลัว

ทหารฉี : ค่ะ (แต่ยังสงสัยว่ามันยังไงๆอยู่)

พี่วินขับรถด้วยความเร็วระดับเฟอร์มูล่าวัน...

ฝ่าไฟแดงกลางเมืองพิษณุโลก 3 ไฟแดง

ขับย้อนศร ณ แยกอินโดจีนเพื่อไม่ต้องติดไฟแดง...

ตัดหน้ารถสิบล้ออีกสามคันที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง...

ทหารฉีไม่ได้กลัวอะไรหรอก...

แต่ทำไม่ถึงน้ำตาซึมก็ไม่รู้...

ที่สำคัญ....

รถมันเร็วซะจนน้ำตาที่ซึมมันโดนปัดไปอยู่ข้างหู...เหอะๆ...

แถมผมของทหารฉีมันลู่ลมซะจนหวีไม่ลง ...

รูขุมขนที่หหน้าก็หุบซะหน้าชาไปหมดแล้ว ...

ผ่านไป 7 นาที.... แทนที่จะเป็น 20 นาทีตามมารฐานสากล

ราคาแห่งชีวิดของทหารฉีอยู่ที่...

150 บาท....

 

ทหารฉีเกือบไปแล้ววว.....

ส่วนเรื่องสัมมนา..ที่เป็นจุดประสงค์ในตอนต้นนั้น...

ช่างมันเต๊อะ....

ไม่ขอกล่าวถึง...

รอดกลับมาก็บุญแล้ว..... สาธุ.....

เมื่อวานนนน.....................ต้องตื่นแต่เที่ยงวัน

เพราะต้องเตรียมตัวไปรับเสด็จองค์ภา...

ท่านมาเที่ยวที่อุตรดิตถ์ตั้งแต่วันศุกร์แล้ววว...

คำสั่งเดิมท่านจะมา 13.30 น.

แต่เปลี่ยนใหม่มาเป็น12.45 น.

เปลี่ยนคำสั่ง ณ เวลา 10.00 น.

เหอะๆ..... เกือบไปหล่ะ.....

วันนั้นมีเหล่าข้าราชการทหาร ตำรวจ จังหวัด และประชาชนมารอต้อนรับ..

สถานที่คือ.. สนามหน้าบก.จทบ.อ.ต.

ทหารฉีเป็น 1 ใน 3 ของนายทหารหญิงที่ไปร่วมรับเสด็จ

นอกนั้นเป็นนายทหารชายยยย......

ที่เป็นผู้หญิงก็จะมีแค่นายทหารประทวนและลูกจ้าง..

ดังนั้น.. ทหารฉีก็เลยเหมือนดาวล้อมเดือน ... ฮิฮิฮิฮิฮิ (รู้นะคิดอะไรอยู่)

ก่อนท่านมาถึงก็มีเหล่าข้าราชการตั้งแต่ผู้ว่าราชการลงมา มายืนรอต้อนรับ

ผู้การของทหารฉีท่านก็เลยสั่งให้มีการซ้อมรับเสด็จ

ที่สำคัญ....................

ท่านเป็นผู้กำกับเองเลย   เหอะๆๆๆ

มองไกลๆนึกว่าพจน์ อานนท์.....ฮิฮิฮิฮิ.....

และแล้ว... เวลาที่รอคอยก็มาถึง

ฮ.4 ลำ ได้ลงมาจอด...

หมายเลยข้างเครื่องคือ 94301 คือลำเป้าหมาย

ทหารฉียืนแถวหน้าสุด(เพราะเป็นนายทหาร) จึงได้เห็นแบบเดินก้าวเดียวถึงตัวท่าน

ว้าว! รุ่นพี่มหาลัยของทหารฉี เหมือนในทีวีเนอะ!!!!

กรีดอายไลเนอร์ซะเข้ม ปัดมาสคาร่าซะงอน.....

ที่สำคัญ.................

ใช้ปราด้ารุ่นล่าสุดที่ทหารฉีเห็นวางขายอยู่

น่าจะเป็นของจริงนะเพราะท่านคงไม่ใช้ของประตูน้ำหรอก ...ฮิฮิ..

นินทาท่านจะโดนประหารเจ็ดชั่วโครตไม๊เนี่ยะ......

จากนั้นเราก็นั่งรอท่านอีกเกือบ 2 ชั่วโมง....

ในเวลานั้นทหารฉีได้ถือโอกาสพูดคุยกับกำลังพล...

และก็.....

หัดใช้เครื่องพิมพ์ดีดด้วย....ฮาฮา...

และแล้วองค์ภาก็ถึงเวลาเสด็จกลับ

แต่ก่อนกลับ ท่านได้พักผ่อนที่สโมสรนายทหารฯเกือบครึ่งชั่วโมง

เหล่าข้าราชการและประชาชนก็รอกันต่อไป...

เมื่อท่านพักผ่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านก็เสด็จกลับโดย ฮ.พระที่นั่งไปยังจ.พิษณุโลก ในเวลา 15.30 น.

เพื่อนๆคงไม่ทราบข่าวจากทางทีวี

เพราะว่าท่านเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์

แต่.......

ข้าราชการต้อนรับเต็มอัตรา....ฮาฮา.....

ส่วนทหารฉี   .............  เฮ้อ!!!!!!!!!!!

ยังไม่ได้กินข้าวเลยซักคำตั้งแต่ตื่นนอนมา...ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆแฟนขับบบบบ......

ทหารฉีหายย....ไปน้าน......นาน....

ไม่ได้ตาย..ไม่ได้หนีหนี้.....

แต่เพราะว่ามีเรื่องงงง.......

เมื่อวันศุกร์ที่24 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ก่อนหน้าวันเกิดของทหารฉีเพียงหนึ่งวัน

ทหารฉีประสบอุบัติเหตุ....

ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุรักหรอกนะ (ถ้าเกิดก็ดีซิ)

แต่รถทหารฉีโดนรถเด็กรด.ตัดหน้า

ความเสียหาย เหอะๆ....

ห้าพันบาทถ้วน...ถ้วน....

นอกจากเสียทรัพย์แล้ว ยังต้องมาช้ำใจอีกระลอก

เพราะ................................

ฝ่ายคู่กรณีรับปากว่าจะชดใช้ แต่พอขึ้นโรงพักและพ่อแม่มันมาด้วยกลับอ้างว่า

เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่รับปากไป พ่อแม่ไม่รู้เรื่อง

ตำรวจของที่นี้บอกว่า ฝ่ายทหารฉีขับตามหลังมา ต้องเป็นฝ่ายขับอย่างระมัดระวัง... ไอ้สัด....

ต้องค่อยหลบเอาเอง... แม่ง... กฏหมายไทยหรือลาวว่ะ...

ทหารฉีขอเตือนเพื่อนๆเอาไว้...

อย่างขับตามหลังรถคันอื่น.........

แซงได้... แซงปายยยยย.......

ที่สำคัญอย่าเชื่อคำพูดของเด็กยังไม่สิ้นน้ำนม...นะเจ้าค่ะ....

ทหารฉีจะถือว่า การเข้าเบญจเพสในครั้งนี้ของทหารฉี

มีเรื่องให้ตื่นเต้นและเป็นที่น่าจดจำอีกเรื่องหนึ่งค่ะ.. ฮิฮิ....

 

มีเพื่อนๆหลายคนที่ส่งข้อความเข้ามาว่าต้องการอยากทราบเกี่ยวกับการรับสมัครทหารหญิงในช่วงนี้ เอาอย่างนี้แล้วกัน ในช่วงนี้มันผ่านช่วงของการรับสมัครของกองบัญชาการกองทัพไทยมาแล้ว แต่การสอบใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือการสอบของกรมยุทธศึกษาทหารบก ที่จะเปิดรับช่วงตุลา-พฤศจิกายนของทุกปี กำลังใกล้เข้ามาอีกแล้วนะ เพื่อนๆเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีนะ

การค้นหา : www.atc-rta.com เป็นเว็บของกรมยุทธศึกษาทหารบก เพื่อนๆลองเข้าไปดูนะ แล้วจะทราบความเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็อีกสอง-สามเดือนที่จะถึงนี้แหละ!

การเตรียมตัว : หาซื้อหนังสือได้ที่หน่ารามฯ มีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ศรัทธานะจ๊ะ!...

การเตรียมกาย : ฝึกวิ่งไว้นะเพราะต้องวิ่งรอบสนามกีฬากองทัพบก 2 รอบสนาม หัดวิดพื้นและซิดอัพให้เก่งๆ

การเตรียมใจ : ฝึกควบคุมอารมณ์ในขณะสัมภาษณ์ และอย่าตื่นเต้นถ้าเห็นเพื่อนร่วมสนามสอบมากมาย คิดซะว่าเหมือนตอนเรายังป็นตัวอสุจิที่กำลังวิ่งเข้าไปเจาะรังไข่ ฮิฮิ... จำไม่ได้อ่ะดิ.. ฮิฮิ.. ทหารฉีจำด้ายยยย...

การเตรียมเวลา : กว่าจะสอบจนถึงขั้นสุดท้าย จะต้องใช้เวลามาก เช่น วิ่ง 1 วัน ตรวจร่างกาย 1 วัน ฯลฯ ดังนั้นเพื่อนๆก็สะสมวันลาไว้ซะ อย่าเอาไปเที่ยวทะเลซะหมด ฮิฮิ....

การเตรียมทรัพย์ : ค่ารถ ค่าเรือ ค่าอาหาร ค่าตรวจร่างกาย ค่าหมูปิ้งไก่ย่าง.....(ใช่ป่ะเนี้ยะ..)

การเตรียมรับอาชีพใหม่ : เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ เพราระว่าสังคมทหารไม่เหมือนสังคมเดิมๆของเรา เมื่อก่อนทหารฉีอยู่ในบริษัทแฟชั่น บริษัทมหาชนที่ใครๆก็รู้จัก เดี๋ยวนี้แค่แต่งตัวสวยยังไม่มีโอกาสแต่งเลย เฮ้อ!....

การเตรียมรับสังคมใหม่ : จะได้ไปอยู่ในสังคมผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงอย่างเราที่เป็นชนส่วนน้อยต้องเตรียมตัวรับมือให้ดี ทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ ฮิฮิ.....

 

วันนี้แค่นี้ก่อนหล่ะกัน

ไว้มีข่าวใหม่ๆ จะคาบมาเล่าสู่กันฟัง

ขอให้โลกนี้มีสันติ...

 

 

สวัสดีชาวโลก

หลังจากวันหยุดยาววววววว......... ซะหลายวัน

ทหารฉีก็กลับมาทำงานอีกครั้งแล้ว

กลับมาก็เจอกับข่าวดี 

ก็ที่รพ.ค่ายฯมีคนไข้มานอนโรงพยาบาลซะ 3 คน เพราะว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 

และอีกนับไม่ถ้วนที่รพ.ประจำจังหวัด

แล้วกรู....จะรอดมั้ย...เนี่ยยย.....

วันนี้ก็เลยต้องทำงานโดยใช้ผ้าปิดปากอยู่ตลอดเวลา แถมยังไม่ได้เปิดแอร์อีกด้วย(กลัวเชื้อโรคกัน)

สาระน่ารัก

  • ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( 2009 new-strain influenza) หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอชวันเอ็นวัน ( influenza A (H1N1)) ระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552  เป็นต้นมา โดยเริ่มปรากฏครั้งแรกในเม๊กซิโก
  • ลักษณะของผู้ป่วยจะคล้ายกับเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ต้องนำมาแยกเชื้อดูในห้องปฏิบัติการ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร (เนื้อหมู)
  • องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่าการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั้นยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ เพราะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังไม่สามารถต้านเชื่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ในขณะนี้ แต่จากผลการทดสอบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่สามารถรักษาได้ด้วยยาทามิฟลู และยารีเลนซาเป็นยาต้านไวรัสที่สามารถต้านไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ในขณะนี้ แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เพราะมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีกในอนาคต

 เรื่อง : ถอดรองเท้าชั่ง

วันหนึ่ง ในตอนสายๆ ที่รพ.ที่ทหารฉีทำงาน มีป้าแก่ๆคนหนึ่งมาหาหมอ แกไม่สบายมาหลายวันแล้ว พอทหารฉีส่งopdเสร็จแล้ว ก็เดินจะไปเข้าห้องน้ำ ก้เห็นป้าคนนั้นกำลังคุยกับผู้ช่วยพยาบาลหน้าห้องตรวจ ผู้ช่วยพยาบาลกำลังจะวัดน้ำหนัก ส่วนสูงคุณป้า

พยาบาล: ป้าๆ เดี๋ยวถอดรองเท้า แล้วชั่งได้เลยนะ

คุณป้าแก่ๆพอได้ยินดังนั้น แกก็จัดแจงถอดรองเท้าของแกออก

ป้า : ชั่งได้เลยเหรอ?

ผู้ช่วยพยาบาล : ค่ะป้า

คุณป้าเอารองเท้าไปวางไว้บนเครื่องชั่งแล้วบอกผู้ช่วยพยาบาลว่า "น้ำหนัก 3 ขีดจ๊ะ"

เรื่อง : กรอกแบบฟอร์ม

ก่อนที่ผู้ป่วยใหม่จะเช้าพบหมอ ทางห้องทะเบียนจะให้ผู้ป่วยใหม่กรอกประวัติลงในแบบฟอร์มที่ทางห้องทะเบียนได่จัดไว้บนโต๊ะข้างๆเคาร์เตอร์

ทหารฉี: คุณอาโก๊ะค่ะ ช่วยกรอกประวัติลงในแบบฟอร์มทางด้านนี้ด้วยค่ะ

คุณอาโก๊ะเดินไปที่โต๊ะกรอกแบบฟอร์ม แล้วอาโก๊ะก็ก้มลงไปส่งที่ใต้โต๊ะ เปิดอยู่ซักพักแล้วก็หันมาถามทหารฉีว่า "แบบฟอร์มอยู่ไหนครับ " ทหารฉีอยากจะตะโกนออกไปว่า "แล้วใครบอกว่าอยู่ใต้โต๊ะหล่ค่ะ มันก็ต้องอยู่บนโต๊ะซิ ไอ้..... "

เรื่อง : ปวด ห... ครับ

หลังจากที่พลทหารใหม่เข้าประจำการแล้วประมาณสองสามอาทิตย์ ก็มีพลทหารนายหนึ่งเดินมาที่งานทะเบียน ซึ่งตอนนั้นทหารฉีออกมาให้บริการที่ด้านหน้า

ทหารฉี : สวัสดีค่ะ

พลทหารยืนตรงทำความเคารพทหารฉี จากนั้นทหารฉีก็ถามว่า "เป็นอะไรมาค่ะ"

พลทหาร : เจ็บครับ

ทหารฉี : เจ็บอะไรค่ะ 

พลทหารตอบด้วยเสียงอันดังตามแบบฉบับทหารว่า " เจ็บหำครับ"

(ทหารฉีทราบภายหลังว่า พลทหารไปฉีดไอ้นั้นมาให้ใหญ่ขึ้น แต่ดันมาเน่าตอนที่เป็นพลทหาร วันนั้นทหารฉีก็เลยโดนคำว่า "หำ" ไปเต็มหน้าหล่ะค่ะ )

          ว้าว! ผ่านมา 9 เดือนแล้วหรือเนี่ย!!!! มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วมากเลย แล้วตลอดเวลาทั้ง 9 เดือนแห่งการเป็นรั้วของชาตินั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างหล่ะ? แบบว่ามันต่างไปจากการเป็นพลเรือนสามัญแบกะดินบ้างป้าว?มาดูกันนะ!!!!
         
ที่จ.อุตรดิตถ์เป็นเมืองเล็กๆถึงเล็กมาก ขี่มอเตอร์ไซด์แค่ 5 นาทีก็รอบเมืองแล้ว เป็นเมืองที่ยาวไปตามแม่น้ำน่าน มันก็เลยไม่ค่อยมีตรอก ซอก ซอย อย่างกับกรุงเทพฯ มันก็เลยทั้งเล็กและยาว ฮาฮา!!!  ดังนั้นการจะทำอะไรในจังหวัดนี้ คนเกือบทั้งตัวอำเภอจะรู้หมด ไม่ว่าคุณจะไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงคอวัง(ชื่อย่านแห่งหนึ่งริมแม่น้ำน่าน) ไปเดินซื้อแปลงขัดส้วมที่ฟรายเดย์(ชื่อห้างแห่งหนึ่ง) หรือคุณจะไปเกาก้นแถวตลาดนัดคลองถม(ก็มีเหมือนกันนะ) ทุกคนที่เห็นคุณทำกริยาต่างๆ และในเช้าวันรุ่งขึ้นก็จะมีคนพูดถึงคุณว่า เมื่อวานหมวดกินก๋วยเตี๋ยวอร่อยไม๊? เห็นม่ะ! คนที่นี้เค้าดูแลและสนใจคุณเหมือนลูกหลานจริงๆ พับผ่าซิ!
         
ไอ้เรื่องงานก็ไม่ได้ทำงานที่อาบเหงื่อต่างน้ำ เหมือนที่สู้อุตส่าห์วิ่งรอบสนามกีฬากองทัพบกมาซะเหงือกแห้งหรอกเจ้าค่ะ ได้งานที่ต้องนั่งทำในห้องแอร์ และดูแลเกี่ยวกับเอกสารงานทะเบียน มันเป็นอะไรที่ท้าทายดีนะ แบบว่าเรียนมาอย่างแต่ต้องมาทำอีกอย่าง เจ๊ทำด้ายยยยยย!!!  ส่วนงานนอกหน้าที่นั้นก็มีปะเลอะ(ภาษาเหนือแปลว่ามาก) ทั้งการเป็นพิธีกร เป็นตัวแทนหน่วยงาน เป็นสาวงานถือพานพุ่ม ร่วมพิธีวันสำคัญของชาติ แม้กระทั่งการเป็นดรัมเมเยอร์ในกีฬาสีของหน่วย ฮิฮิ!! แบบว่ามันสวยสะดุดตาง่ะ!!!!!!
         
ส่วนเพื่อนร่วมงาน ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและทางอ้อม ก็ดีกับอิฉันทุกคน แบบว่าเป็นทหารน้องใหม่ก็จะเป็นที่น่าเอ็นดูง่ะ แต่ตอนนี้เริ่มเก่าแล้ว ก็จะถูกลดระดับความน่าสนใจลง แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ก็เป็นที่รักของทุกคนจะแย่แล้ว โหะๆๆๆๆๆ (ไม่ได้หลงตัวเองเลย)
         
สิ่งที่อยากจะทำในอนาคตก็มีอยู่บ้าง(แบบว่าคนมันมีสมองง่ะ) คืออยากทำในสิ่งที่สามารถทำให้งานมีความป็นระเบียบและสะดวกในการทำงาน จะได้สร้างความเป็นมาตรฐานให้แก่หน่วยงานในอนาคต แบบว่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงก็เงี้ยะ!!! 
         
สรุปคือได้มาอยุ๋ในสังคมที่แปลกใหม่ อย่างชนิดที่ว่า ไม่เคยคิดเคยฝันว่าในชีวิตนี้จะได้เจอ
            1.
จังหวัดที่ไม่เคยมาเหยียบและไม่เคยคิดวางแผนว่าจะมา
            2.
ทำงานเป็นทหารเพราะว่าเป็นสาวสวยน่าจะเป็นPRบริษัทเอกชนมากกว่า
            3.
ต้องมาอยู่ในโรงพยาบาล แบบว่ากลัวผีง่ะ บรื้อว์!!!!
            4.
ทำงานกับองค์กรที่มีเพศชายมากกว่าเพศหญิง (น้ำลายหกแว้วว!!)
         
สรุปอีกทีนะ มันส์มากพะยะค่ะ !

สวัสดีเจ้าค่ะ

วันนี้ทหารฉีขอมีสาระนี้ดส์........

มีหลายคนอยากทราบว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะมาเป็นทหารนั้นเค้าทำกันอย่างไร????????

ไม่ยาก... ไม่ยาก...

ขอแค่หน้าตาดีแบบทหารฉีก็พอ โหะ!!!!

การเป็นทหารหญิงนั้นสามารถมาเป็นได้หลายทางนะค่ะ เอาแบบที่ทหารฉีเป็นก่อนเลยนั้นก็คือ"การสอบคัดเลือก บุคคลพลเรือน ทหารกองหนุน เข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร" โดยในแต่ละปี กองทัพจะประกาศให้บุคคลที่มีคุณวุฒิทั้งตรีและโทเข้ามาสมัครสอบกัน มีหลายคนถามว่าแล้วต้องจบอะไรมาบ้างหรือเปิดสอบสาชาไหน ทหารฉีก็ไม่สามารถบอกได้ว่าในแต่ละปีเค้าจะเปิดสาขาไหนให้มาสอบ แต่โดยสถิติพบว่าจะเป็นกลุ่มของบัญชี การเงิน วิศวะ เภสัช และอื่นๆแล้วแต่ว่าเค้าต้องการคนเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ขาดแคลน โดยรับทั้งหญิงและชาย แต่ว่าบางตำแหน่งเค้าก็ระบุว่าเอาแต่ชาย ส่วยตำแหน่งที่ผู้หญิงมีสิทธิสมัครก็จะระบุว่า ช/ญ ผู้หญิงอย่างเราจึงมีคู่แข่งเยอะหน่อยและมีตำแหน่งน้อยกว่าผู้ชาย

แต่อย่างเพิ่งท้อไปค่ะ เพราะว่าหากคุณมีความรู้ความสามารถ และต้องการทำงานสนองคุณแผ่นดิน เป็นข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหล่ะก็ คุณต้องตั้งใจในการสอบรวมถึงต้องผ่านการทดสอบทั้งเรื่องของร่างกาย จิต และบุคลิกภาพ เมื่อคุณผ่านหมดแล้ว คุณก็จะเข้ามาทำงานทหารได้เหมือนทหารฉีหล่ะค่ะ ฮิฮิ!!!!!

วิธีการที่สองที่คุณจะเข้ามาเป็นทหารหญิงได้คือคุณจะต้อง "ศึกษาในสถาบันการศึกษาของทหาร" เช่น แพทย์พระมงกุฎ วิทยาลัยพยาบาล ฯลฯ ถ้าใครสนใจก็เข้าไปดูในเว็บของสถาบันเหล่านั้นได้

วิธีการที่สามจะคล้ายๆวิธีแรก แต่จะเข้ามาเป็นทหารชั้นประทวนก่อนคือ"การสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเพื่อบรรจุเข้ารับราขการ" ก็จะอาศัยวุฒิตั้งแต่ม.3ขึ้นไป โดยเริ่มติดยศตั้งแต่สิบตรี โดยครองอัตราสิบเอก มีการเปิดสอบเป็นระยะๆ ทั้งในส่วนกลางและหน่วยทหารทั่วประเทศ อันนี้ต้องติดตามเองในแต่ละหน่วยนะ ถ้าเป็นหน่วยใหญ่ๆอย่างกองบัญชาการกองทัพไทยก็จะประกาศตามเว็บ ตามหนังสือหางานก็มี

หรืออาจจะมีวิการอื่นๆที่ทหารฉียังไม่รู้ก็ได้ ทหารฉีก็เลยบอกวิธีการที่ทหารฉีรู้มาก่อนแล้วกันนะ  อยากให้ทุกคนมาลองเป็นทหารกัน ถึงแม้เงินเดือนอาจจะน้อย(มาก.....เมื่อเทียบกับการทำงานเอกชนเหมือนที่ทหารฉีเคยได้รับ) แต่ก็สนุกในการทำงานแถมยังทำงานเพื่อแผ่นดินอีกด้วย แค่นี้ทหารฉีว่า ทหารฉีคิดไม่ผิดที่ได้มาทำงานเป็นทหารเจ้าค่ะ ทหารของในหลวง

" ถ้าทหารไม่เสียสละหรือเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อประเทศชาติแล้ว ประชาชนจะหวังได้จากผู้ใดอีก "

ทหารฉี...ขอบ่น

posted on 18 Mar 2009 14:24 by taharn

สวัสดีเจ้าค่ะ

วันนี้ทหารฉีขอมีสาระนี้ดส์........

แบบว่า... คนมันมีดี ฮิฮิ !!++

วันนี้มีอยู่กรณีหนึ่งที่เป็นปัญญหาของการให้บริการทางการแพทย์เป็นอย่างมาก นั้นก็คือ.....

ปัญหาเรื่องคน?????????

ในสังคมทุกวันนี้มีผู้คนหลากหลายประเภท หลากหลายพื้นเพ หลากหลายความคิด และหลากหลายการกระทำ การปฏิบัติงานในองค์กรต่างนั้น สิ่งที่มีความสำคัญมากทีสุดที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปได้ นั้นก็คือคน ดังนั้นการบริหารจัดการคนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้องค์กร สามรถพัฒนาและขับเคลื่อนไปในเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้

วันนี้ทหารฉีมีเรื่องที่เป็นปัญหาที่เพิ่งพบมา เนื่องจากว่าการตรวจสอบสิทธิประโยชน์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้และการคำนวนเพื่อเรียกเก็บไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห้องทะเบียนของทหารฉีไม่มีอำนาจในการลงชื่อตรวจสอบสิทธิของผู้ป่วยอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้เป็นวันที่มีกิจกรรมในช่วงบ่าย (ไม่รับตรวจโรคทั่วไป ยกเว้นฉุกเฉิน) ผู้ที่อำนาจในการลงนามรับรองสิทธิกลับไม่มาปฏิบัติหน้า ดังนั้นการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยงานปลายทางจึงเป็นเรื่องที่ติดขัดเป็นอย่างมาก

ทำไมง่ะ.... ทำไมคนเหล่านั้นจึงไม่ทำหน้าที่ของเค้าให้สมบูรณ์ ทำไมต้องทิ้งภาระให้ตกอยู่ที่ผู้อื่นที่จะต้องคิดแก้ปัญหาให้เค้านะ อย่างนี้ ทหารฉีจะต้องเข้าไปจัดการสังคมสงเคราะห์แล้ว ฮาฮา!!!!!!!!!~