ตลอดระยะเวลาสามปีที่ทหารฉีมาเป็นทหาร
เกือบทุกคนจะถามว่า
"ทำไมถึงมาเป็นทหาร"
ทหารฉีก็ได้ให้คำตอบด้วยเหตุผลร้อยแปดถึงข้อดีของการเป็นทหาร
แต่ทหารฉีไม่เคยให้คำตอบที่เป็นเหตุผลจริงๆสักครั้งเดียว....
 
ส่วนคำตอบที่ทหารฉีอยากตอบนั้นคือ
"ไม่ได้อยากเป็นทหาร แต่อยากทำงานตามวิชาชีพ"
 
กาลครั้งหนึ่งเมื่อสามปีก่อน ทหารฉีคิดว่าวันปีใหม่ไม่ใช่วันที่ 1 มกราคมเพียงวันเดียว แต่วันขึ้นปีใหม่ครั้งสำคัญในชีวิตของทหารฉีคือปีแห่งการเข้ามาเป็น ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทหารฉีเลือกสอบเข้ามาเพื่อต้องการใช้วิชาชีพที่ได้ศึกษามาให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ไม่ว่าทหารฉีจะสังกัดองค์กรใดก็ตาม เพราะฉะนั้นการเข้ามาเป็นทหารของทหารฉี จึงไม่ได้เป็นไปเพราะความอยากจะเป็นทหาร แต่เป็นเพราะความอยากจะทำงานตามวิชาชีพ ดังนั้นทหารฉีอยากจะบอกกับทุกท่านว่า "ทหารฉีไม่ได้อยากเป็นทหารค่ะ แต่ทหารฉีอยากทำงานตามวิชาชีพเพื่อประโยชน์ต่อองค์กรทหารและประเทศชาติค่ะ"
แต่บางครั้งองค์กรที่ทหารฉีเข้ามาอยู่ย่อมมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่แตกต่างไปจากองค์กรอื่นๆ ถือได้ว่าเป็นระบบราชการ (bureaucracy) อย่างแท้จริง กล่าวคือ
1. หลักลำดับขั้น (heirachy) 
2. ความสำนึกแห่งความรับผิดชอบ (responsibility) 
3. หลักแห่งความสมเหตุสมผล (rationality) 
4. หลักการมุ่งสู่ผลสำเร็จ (achievement orientation)
5. หลักการทำให้เกิดความแตกต่างหรือการมีความชำนาญเฉพาะด้าน (Specialization)
6. หลักระเบียบวินัย (discipline)
7. ความเป็นวิชาชีพ (Professionalization)
ื่อมองดูจากจุดเด่นของระบบนี้ จะมีลักษณะเดียวกับองค์กรของทหารฉีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในแวดวงของการบริหารภาครัฐจะพบว่าเป็นระบบที่มีการโจมตีสูงสุดเนื่องจากไม่เหมาะสมกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน แต่เหตุทียังจำเป็นต้องใช้ระบบนี้เป็นเพราะเป็นองค์กรที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนองค์กรอื่น ในการบังคับบัญชาสั่งการกองกำลังขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยสายการบังคับบัญชา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องอยากที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรไปได้
ทหารฉีจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากการ"ทำใจ" และปรับเปลี่ยนให้สมารถอยู่ในองคืกรได้โดยที่ไม่ทำให้อัตลักษณ์ความเป็นทหารฉีและวิชาชีพเปลี่ยนไปมากนัก โดยการตอบสนองต่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ถึงแม้หน้าที่การงานอาจจะไม่ได้ปฏิบัติงานตามวิชาชีพของทหารฉี เพราะทหารฉีเห็นว่าผู้บังคับบัญชาเล็งเห็นถึงความสามารถและความจำเป็นในการปฏิบัติงานหน้าที่นั้น ซึ่งทหารฉีได้"ทำใจ"รับสภาพล่วงหน้าแล้วและพร้อมปฏิบัติตามภารกิจที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้ปฏิบัติอย่างสุดความสามารถ
ดังนั้นเมื่อมองย้อนกลับไปยังคำตอบเกี่ยวกับการเข้ามาเป็นทหารข้างต้น ทุกท่านคงเห็นความขัดกันในชีวิตราชการของทหารฉี แต่ทหารฉียังสามารถมีทางออกให้ตัวเองโดยที่ไม่ขัดกับองค์กรและตัวเองของทหารฉี หากท่านใดที่กำลังอยากเข้ามาสู่องค์กร"รั้วของชาติ"หรือองค์กรอื่นๆก็ตาม การปรับตัวให้สามารถอยู่ในองค์กรอย่างมีความสุขนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้งานที่ได้รับมอบหมายมา ไม่ใช่งานตามวิชาชีพของตน ก็จงภาคภูมิใจเถอะว่า เจ้านายของท่านเห็นว่าท่านมีความสามารถที่จะทำงานชิ้นนั้นให้ประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่นี้ ทุกท่านก็จะสามารถอยู่ภายในองค์กรอย่างมีความสุขอย่างทหารฉีนี้ค่ะ....
เป็นกำลังใจให้บัณฑิตใหม่ทุกท่านและท่านที่กำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานทุกคน จงยืนหยัดต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความเป็น"คนทำงานอย่างมืออาชีพ"ไปพร้อมๆกับทหารฉีนะเจ้าค่ะ

หายไปนานมาก
เพราะอะไรเหรอค่ะ
เพราะว่า......................
ทหารฉีเรียนหนัก งานหนัก เจ้าค่ะ
 
แล้วทำไมตอนนี้มีเวลามาถ่ายทอดเรื่องราวป่วนๆหล่ะ
เพราะว่า....................
ทหารฉีเรียนจะจบแล้วเจ้าค่ะ ฮาฮา....
 
วันหยุดยาวเข้าพรรษาที่ผ่านมา ทหารฉีกลับบ้านเจ้าค่ะ
ในระหว่างทางที่ขับรถกลับนั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง
ฉะนั้น.. ทหารฉีขอเล่าสุดยอดของที่สุดระหว่างทาง อุตรดิตถ์-เลย หล่ะกันเจ้าค่ะ
 
อันดับ 10 ลืมเจ้าหญิง UKULELE 
หลังจากที่ทหารฉี ได้เจ้าหญิง UKULELE มา ช่วงนั้นทหารฉีเจอเรื่องหนักๆทั้งนั้น อย่างเช่น คุณย่าเสีย สอบ ป.โท หรือแม้กระทั่งสอบประมวลความรู้ ส่งผลให้ทหารฉีไม่มีเวลาหัดเล่น นับเป็นโอกาสอันดีที่วันหยุดยาวจะได้เริ่มหัดเล่นเพื่อไม่ให้ลืม เตรียมเอามากองไว้ที่ประตูบ้านพักตั้งแต่คืนก่อนเดินทาง ตอนขนของก็เอามากองไว้หน้าสุด แต่ทำไมทหารฉีลืมมันไว้ที่บ้านพักอันเดียวด้วย ซวย! SHIFT! หาย! มารู้ตัวว่าลืมก็ขับข้ามจังหวัดไปแล้ว
 
อันดับ 9 แยกผลไม้รวม
เมื่อออกจากค่ายทหารแล้ว จะเจอสี่แยกหนึ่ีงที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ทหารฉีชอบเรียกว่าแยกผลไม้รวม ฮิฮิ... ที่จริงแล้วเค้าเรียกอย่างเป็นทางการว่า สี่แยกวังสีสูบ ที่ทหารฉีเรียกอย่างนี้เพราะว่ามีผลไม้ยักษ์อยู่ทุกแยก ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน(ลับแล) ลางกอง(ลองกอง+ลางสาด) สับปะรด(ห้วยมุ่น) และอีกแยกหนึ่งเป็นดาบ(เหล็กน้ำพี้) ประเด็นที่ทหารฉีอยากเล่าไม่ได้อยู่ที่ผลไม้และมีดปอกผลไม้ ฮิฮิ.. แต่อยู่ที่กลางสี่แยกนั้น มีขวดน้ำวางไว้กลางสี่แยก ซึ่งไม่มีรถคันไหนกล้าขับชนมัน(หรือมันโชคดีที่รถไม่ทับก็ไม่รู้) ทหารฉีเลยคิดว่า ไอ้คนเอาไปวางไว้มันก็กล้าดีนะ มันทำได้ไงฟ่ะ! ฮาฮา และแล้ว....... ทหารฉีก็ขับรถผ่านมันไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
 
อันดับ 8 ถนนท้องร่อง
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 เจ้าค่ะ เป็นทางขนาดสี่ช่องจราจร เป็นถนนใหญ่และสำคัยของภาคเหนือ แต่ทำไมไม่รู้ ถนนมันเป็นร่องเหมือนท้องร่องเลย ทหารฉีกลัวว่าท้องรถของทหารฉีจะไปครูดถนนมาก ส่วนสาเหตุเหรอเจ้าค่ะ เป็นเพราะรถอ้อยเจ้าค่ะ โรงงานน้ำตาลจังหวัดนี้เยอะมากกกกกกกกกกกกก.....
 
อันดับ 7 ช้าแล้วหยิ่ง
ทหารฉีเหยียบ 140 กม./ชม.เพราะถนนทำความเร็วได้ แต่ทำไมคุณลุงคุณป้าชอบขับช้าๆเลนขวาด้วนนะ ทหารฉีไม่เข้าจายยยยยย...... ทหารฉีก็ขับตามเผื่อว่าคุณลุงคุณป้าจะหลบเข้าเลนซ้ายให้ แต่ HE / SHE ไม่สนแถมยังหยิ่งอีกด้วย หน้อยยยยย! รถแพงกว่าแล้วไง  ทหารฉีเลือดขึ้นหน้าแซงซ้ายให้พ้นระยะ แล้วปาดหน้าเข้าเลนขวา ฮิฮิ..... รถเล็กก็แซงได้ย่ะ หัวเราะยังไม่สะใจ HE / SHEเหล่านั้นก็ขับหลบไปเลนซ้าย ทหารฉีกรี๊ดออกมาดังๆว่า กรูแซงมันได้เพื่อไรว่ะ....
 
อันดับ 6 ทางลัดย่นเวลา แต่อนาถใจ
ทหารฉีไม่ได้มีบ่อน้ำมันเป็นของตนเอง มีทางลัดที่ไหนที่ช่วยประหยัดได้ทหารฉีก็จะไป มีเส้นทางลัดเส้นหนึ่งมันดีมาก ย่นระยะทางได้ 20 กม. แต่กว่าทหารฉีจะออกจากเส้นทางนั้นได้ ทหารฉีเสียวมากเพราะว่ามันไม่สมูทอีเลย หลุมบ่อลึกมาก ขี้วัวขี้ควายก็เยอะ สองข้างทางเป็นทุ่งนา ถ้ายางแตกขึ้นมาคงต้องตายอยู่แถวนั้นแน่ๆ เฮ้อ!ขับแบบลุ้นๆมา 4 กม. ก็สามารถถอนหายใจดังๆออกมาได้ว่า เฮ้อ! กรูและรถรอดแล้วววววววววววววว....
 
อับดับ 5 พระพิรุณพิโรธ
เข้าใจว่าเป็นหน้าฝน แต่ทำไมต้องตกหนักตอนกำลังขึ้นเขาลงเขาด้วยนะ ทางก็โหด ฟ้าก็รั่วซะงั้น..... ทำอะไรไม่ได้ต้องทำใจและเท้าเหยีบเบรคให้ดีเชียว....
 
อันดับ 4 ใส่ร้ายป้ายโคลน 
ไอ้รถคันข้างหน้ามันก็ใส่ทหารฉีไม่ยั้ง รถคันหน้ามันใหญ่ไง มันก็พ่นโคลนตมใส่รถอิฉันซะหมดราศีเลย ทุกท่านเคยเห็นรถเคลือบช๊อกโกแล็ตป่ะ นั้นหล่ะรถอิฉันเอง
 
อันดับ 3 กรรมนั้นคืนสนอง
ด้วยความที่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ รวมถึงเจ้าคุณตาได้รับประทานปลาสดๆอร่อยๆจากเขื่อน ทหารฉีก็เลยซื้อปลาที่ตลาด เลือกปลาสดๆตัวโตๆ ทหารฉีชี้เลือกปลาผู้เคราะห์ร้ายที่จะได้นอนในกล่องโฟมเย็นๆไปเที่ยวจังหวัดเลย พอช่วงจ่ายเงินและรับปลามา ก็ลดถุงปลามาถือในระดับขา ส่วนที่เค้าเรียกว่าเงี่ยงปลา มันมาปักที่ขาสวยๆของทหารฉี ทหารฉีก็ร้องลั่นตลาด แม่ค้าปลารีบมาดูตามเสียงที่โหยหวน เราสองคนก็พบว่าเงี่ยงปลากับขอได้ผสานกันเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว สบัดขาก้ไม่หลุดซักที แม่ค้าปลาบอกให้ทหารฉีอยู่นิ่งๆ แล้วก้ท่องบทสวดปลอบใจว่า 1 2 3! ดึง
เคยเห็นท่อน้ำแตกป่ะ ไหลเป็นทางเลยเจ้าค่ะ รูขนาดเท่าไม้จิ้มฟัน เท่านั้นยังไม่พอ แม่ค้าปลาบอกว่า ให้รีดเอาเลือดออกด้วย จะรีดเลือดเอากับทหารฉีทำไม เลือดดีๆยิ่งมีน้อยอยู่ ทหารฉีพาร่างที่เดินเหมือนเป็นโปลิโอกลับมาที่รถ แล้วนั่งอยู่กับที่นิ่งๆ มองดูเลือดที่กำลังระรินออดมาจากรู เฮ้อ! รูเยิ้ม เลิฟยู....
 
อับดับ 2 ถนนนี้ ใครหย่ายยยยยยยยยย
ก่อนเข้าตัว อ.เมืองเลย ซึ่งเป็นถนนสองเลน มีรถอยู่คันหนึ่ง ทะเบียนไม่ใช่เลย(ทายดูค่ะ แค่อีก 76 จังหวัดเท่านั้นเอง) ทหารฉีเห็นความผิดปกติเพราะว่าเวลารถคันนี้จะเลี้ยวเข้าโค้ง รถคันนี้จะต้องใช้ระยะการเลี้ยวโค้งแค่เลนเดียว อ้าว!มันไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยนี้ ใช่เจ้าค่ะ!ไม่เห็นแปลก แต่ที่แปลกอยู่ตรงที่รถคันนี้จะใช้เลนฝั่งตรงข้ามในการเลี้ยวโค้ง เช่น รถคันนี้อยู่เลนซ้าย เวลารถคันนี้จะเลี้ยวโค้งขวา แกขับรถเข้าเลนขวาแล้วค่อยเลี้ยวโค้ง ถ้ามีรถสวนมาจะทำไงเหรอเจ้าค่ะ รถคันนี้ก็จะขับคร่อมเลนเจ้าค่ะ รถที่สวนรถคันนี้มาต้องขับหลับรถคันนี้ตลอด ทหารฉีก็ฉงนสงสัยว่า เหตุใดรถคันนี้จึงได้รับใบขับขี่ว่ะ น่ากลัวเจงๆ............. แซงดีกว่า
 
อับดับ 1 surpris!!!!!
ไม่ได้บอกที่บ้านว่าจะกลับบ้านเวลาไหน กะว่าจะ surpris!!!!! ที่ไหนได้ เรา surprisกว่า เพราะว่าเข้าบ้านไม่ได้เจ้าค่ะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ทหารฉี...ติดยศร้อยโท

posted on 28 Jan 2011 11:18 by taharn
และแล้ว พิธีประดับยศของทหารฉี ก็ผ่านพ้นไปแว้วววววววว....
อยากบอกว่า เมื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทั้งซ้อมอีกรอบ และยืนรอผู้การ
นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่ยังไงก็ดีใจที่มีวันนี้
ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ
แล้วจะเอาภาพมาให้ชมนะค่ะ
วันนี้ไปซ้อมประดับยศร้อยโทเจ้าค่ะ
คล้ายๆซ้อมรับปริญญาเลยค่ะท่านนนนนนนนนนนนนนผู้ชมมมมมมมมมมม
บ่านสองครึ่งวันนี้
ทหารฉีไม่ได้ทำการทำงานเพราะว่าต้องเจียดเวลาอันมีค่าไปซ้อมเจ้าค่ะ
ทหารฉีได้ยืนริมสุด
คงเพราะยศน้อยและเป็นผู้หญิงด้วย
ทหารฉีขอเรียกพิธีการนี้ว่า กระบวนการประกาศตัวว่าแก่แล้ว
ก็ร้อยโทมันดูแก่กว่าร้อยตรีง่ะ ฮือฮือ!!!!!!!!!!!
กระบวนการนี้เริ่มจากการ ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
แล้วโค้งคำนับ(ครั้งที่ 1 )
เดินไปหาผู้ที่มาติดยศให้
แล้วโค้งคำนับ (ครั้งที่ 2 )
เฉียงซ้าย เอียงไหล่ให้ติดดาว
เฉียงขวา เอียงไหล่ให้ติดดาว
กลับสู่ท่าตรง
แล้วโค้งคำนับ ( ครั้งที่ 3 )
ถอยหลังหนึ่งก้าว
แล้วโค้งคำนับ ( ครั้งที่ 4 )
เดินไปที่โต๊ะหมู่บูชา
กราบพระพุทธรูป
ลุกขึ้น เฉียงซ้ายไปที่ธงไตรรงค์
แล้วโค้งคำนับ ( ครั้งที่ 5 )
เฉียงขวา ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์
แล้วโค้งคำนับ ( ครั้งที่ 6 )
เดินกลับไปที่แถว
แล้วโค้งคำนับ ( ครั้งที่ 7 )
 
ช่วยด้วยเจ้าค่ะ
ทหารฉีหลังเดาะไปแว้ววววววววววววววววววววว
วันนี้ขอตัวไปนวดก่อนเจ้าค่ะ

ทหารฉี...วันกองทัพไทย

posted on 20 Jan 2011 13:09 by taharn
สองสามเดือนนี้ ทำไมทหารฉีไม่มีเวลาส่วนตัวเลยยยยยยยยยยยยยยยยย
งานราษฎ งานหลวง งานกฐิน งานผ้าป่า งานแต่งงาน งานบวช งานศพ ................(มากมาย)
งานหนอออออออออออออองานนนนนนนนนนนนนนนนนน
แต่เป็นทหารห้ามบ่น เพราะบ่นยังไงเจ้านายก็ไม่ได้ยิน ฮิฮิ...........
 
วันที่ 18 มกราคม 2554
ทหารฉีร่วมงานวันกองทัพไทย
เวลา 06.45 น. ร่วมพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรฯ ณ บก.ม.2 (เครื่องแบบปกติขาว)
เวลา 08.00 น. ร่วมพิธีถวายสักการะวันยุทธหัตถี ฌ ศาสลาประชาคม จว.อ.ต. (เครื่องแบบปกติขาว)
เวลา 14.00 น. ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสาบานตนต่อธงชัยเฉลิมพล ณ บก.จทบ.อ.ต. (เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ)
เวลา 19.00 น. ร่วมงานเลี้ยง ณ ร้านอาหารอุทยานชาววัง (เครื่องแบบสวย เริ่ด )
เวลา 24.00 น. กลับบ้านพัก
 
ทู้กกกกกกก ท่านเจ้าค่ะ!
เห็นไม๊เจ้าค่ะ! ว่าการเป็นทหารต้องอดทนยังไง
ลองนึกภาพหน้าหนาวของเมืองเหนือ ตื่นมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่(ไก่มันหนาว) มาอาบน้ำ แต่งตัวเต็มยศ ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน เสร็จงานช่วงเช้า ต้องรีบกลับมาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเต็มยศอีกแบบหนึ่ง แกะเครื่องหมายแทบไม่ทัน จากนั้นต้องรีบไปรอรับหัวหน้าส่วนราชการที่มาจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
ทหารฉีต้องทำงานจนกระทั่งเลิกพิธีประมาณห้าโมงเย็น แล้วเตรียมตัวไปงานกลางคืน
เฮ้อ! เหนื่อยแท้ๆ
 
แต่ทหารฉีจะเอาคืนบ้าง ฮาฮา!!!!!!!
ทหารฉีร้องเพลงในงานเลี้ยงอ้อนผู้ใหญ่ ท่านๆชอบใจ
ให้ทิปทหารฉีมา 1,500 บาท
คุ้มหรือเปล่ากับการทำงานมาทั้งวัน ทหารฉีก็ไม่รู้
รู้แต่ว่า.......................................
เดือนนี้ไม่อดตายแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยย

 

       หายไปนานอย่าสงสัย เพราะว่าการเรียนมันยุ่งยากมากกว่าที่ทหารฉีคิด บางครั้งงานกลุ่มก็กลายเป็นงานเดี่ยวไปได้โดยไม่รู้ตัว ฮิฮิ.... อย่าไปคิดมากเรื่องนี้เหมือนทหารฉีนะ เดี้ยวแก่เร็วเป็นยายซิ้มหรอก ฮาฮา!!!!

       ต้องยอมรับว่า3-4 อาทิตย์ที่ผ่านมาเครียดมาก บางวันไม่อยากทำอะไรเลยจริงๆ แต่หน้าที่ การงาน ความรับผิดชอบและคุณธรรมบังคับให้ต้องปฏิบัติ มี่ทั้งเพื่อน พี่ น้อง การงานที่ถ้าหากทหารฉีไม่ลงมือทำตามอารมณ์แล้ว จะเกิดความเดือดร้อนไปตามๆกัน เพราะฉะนั้น จงคิดว่ามันผ่านไปแล้ว และร้องตะโกนออกไปดังๆว่า

อย่าได้แคร์........

       หลายๆเรื่องที่เข้ามาในช่วงนี้ มีเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น และทหารฉีก็มาคิดทบทวนว่า ทำไมเราต้องนำเรื่องนี้มาคิดด้วยนะ เป็นเรื่องของความเป็นเพื่อน เพื่อนที่เรารู้จักกันมาและมีกิจกรรมต่างๆร่วมกันหลายครั้งเช่น MSN FACEBOOK ฯลฯ จนวันหนึ่งความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนกับสายฝนปรอยๆ ค่อยๆหนักขึ้นมาเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทหารฉีอยากบอกว่า พื้นที่ภายในใจของทหารฉีตอนนี้แห้งแล้งมากและไม่ต้องการฝนในตอนนี้เพราะอยากจะอยู่ตัวคนเดียวซักพัก แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายที่มีหลายๆคนด้วยนะ เกิดฝนตกขึ้นมาในใจของพวกเขา และเริ่มแรง แรงขึ้น จนเกืดนำป่าไหลหลากลงมา แบบว่าทหารฉีไม่รู้ตัวมาก่อน เมื่อจู่ๆก็เกิดประโยคบอกเล่า(ที่ต้องการคำตอบ)ขึ้นมา

   ประโยคนั้นทำให้ทหารฉีกลัวแทบฉี่ราด เหมือนเป็นคนกลัวฝนยังไงไม่รู้ ทหารฉียอมรับว่ายังไม่พร้อมและยังไม่พร้อม ขอย้ำอีกครั้งว่ายังไม่พร้อม กลัวว่าสายน้ำในครั้งนี้จะรุนแรงเกินกว่าที่จะต้านทานไหวและกวาดทุกสิ่งไปกับสายน้ำจนไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้ทหารฉียึดเกาะ ถ้าวันใดน้ำลดแล้วหายไปตลอดกาล ทหารฉีจะเหลือสิ่งใดในเมื่อสายน้ำนั้นพัดพาทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่เหลือแม้คำว่าเพื่อน

       ใครบอกว่าสายน้ำนั้นน่ากลัว หลายคนอาจจะเถียงขึ้นมา ทหารฉีก็ไม่เถียงเจ้าค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายน้ำน่านที่ไหลผ่านหน้าบ้านพักทหารฉี มันสวยและใสมากๆ เวลาทหารฉีต้องการกำลังใจจากบางสิ่ง ทหารฉีจะขี่มอเตอร์ไซด์คันน้อยๆ บางทีก็ขับรถยนต์คันเล็กๆ ไปที่ริมน้ำ มองการเคลื่อนไหวของสายน้ำ ดูแล้วก็อ่อนโยน แต่บางครั้งก็เชี่ยวกราดอย่างเหลือเชื่อ แต่ถ้าหากทหารฉีไม่ตกลงไปในน้ำแล้ว(ทหารฉีว่ายน้ำไม่เป็น) ทหารฉีก็มองว่าสายน้ำนั้นดูสวยงาม เป็นความชุ่มฉ่ำที่ได้รับจากสายน้ำ

วันนี้ขอตั้งหัวข้อในการวิจัยให้เพื่อนๆคิดกันนะเจ้าค่ะ

สายน้ำและคำว่าเพื่อนส่งผลอย่างไรต่อหัวใจคุณ

ส่งบทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาได้ที่ BIOG นี้ค่ะ

เมื่อหลายยยยยยยยย.........................วันก่อน........

ทหารฉีได้เข้ากรุงเทพมหานคร...

เพื่อเป็นตัวแทนหน่วย...

ลงนามถวายพระพรในหลวง ณ รพ.ศิริราช

ก็เลยมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง......

                เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2553 ทหารฉีต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี 4.30 น. เพื่ออาบน้ำ แต่งตัว ให้เสร็จก่อนเวลา 5.45 น. เชื่อป่ะค่ะท่านผู้ชม ผู้ฟัง ผู้อ่าน.... ทหารฉีไม่เคยหลับตาอาบน้ำมาก่อน ก็ต้องทำในวันนี้ สู้ตายค่ะ เพื่อในหลวงของเราชาวไทย

              ถ้าใครเดินไปเดินมาแถวๆค่ายทหารฯ จะเห็นนายทหารดาวเดียว แต่งกายเต็มยศ ทุกอย่างเรียบร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายรองเท้า กระเป๋าถือที่บรรจุชุดลำลองและรองเท้าเพื่อเปลี่ยนเวลากลับหรือการแวะพักตามรายทาง พร้อมหมอนรองคอสีฟ้าเป็นน้องหมาหน้าตาแป้นแล้น หูยาว อยู่บนคอทหารฉียืนหลับรอรถตู้มารับที่หน้าบ้าน......... เป็นภาพที่น่าชมมากเลยง่ะ ทหารท่านอื่นอย่าเอาเป็นแบบอย่างนะเจ้าค่ะ แต่งซะเต็มยศแต่มีหมอนรองคอหัวน้องหมา ยืนหลับอยู่หน้าบ้าน ฮิฮิ....... โชคดีนะที่ไม่มีใครเห็นทหารฉี ฮาฮา.....

              ทหารฉีพร้อมคณะนายทหาร 2 รถตู้มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯในเวลา 6.00 น. ฮือๆๆ............ ง่วงด้วย หิวด้วย ..... แต่ต้องอดทนค่ะ เป็นทหารซะอย่าง แค่นี้สบายมาก............ ไปทานข้าวเข้าที่ไหนทหารฉีก็จำไม่ได้ เพราะนอนมาตลอดทาง ฮาฮา..... ปรกติเวลาเดินทาง ทหารฉีชอบเก็บภาพคนนอนน้ำลายยืด แต่ครั้งนี้กลัวกรรมตามทันก็เลยตกลงกับพี่ๆว่าเราจะสงบศึกกัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ต้องมีคลิป ฉาวหลุดออกมาแน่ๆ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า.............

              และแล้วก็มาถึงศิริราชจนได้ ถิ่นเก่าทหารฉี มองไปเห็นโดมท่าพระจันทร์งามสง่า แต่วันนี้ทหารฉีข้ามฟากไปไม่ได้เพราะมีภารกิจอันใหญ่หลวงกว่าที่ต้องทำ............. นั้นคือถวายพระพรในหลวงนั้นเอง เวลานั้นก็บ่ายโมงกว่าแล้ว คณะนายทหารก็ได้เวลารับประทานอาหารเที่ยง แต่ทหารฉีกับพี่ๆทหารหญิงขอตัวไปทานสมูทตี้ของ S&P ฮิฮิ....... ที่อุตรดิตถ์ไม่มีขายนี้หว่า........... ได้โอกาสแล้วก็โซ้ย! อืม...........!!!!!!!!!!!!!! มันหวาน มันนุ่มลิ้น มันละเลียด มันกลมกล่อม.......... อู้ว!..............สวย เริ่ด เชิด อร่อย.................. สาธุ!ถ้าปี 2012 โลกจะแตกจริง ขอให้ S&P มาตั้งสาขาที่อุตรดิตถ์ก่อนเถอะ .... เพี้ยง!

            เวลาที่รอคอยมาถึง เมื่อประธานในการถวายพระพรครั้งนี้มาถึง เราก็ได้ถวายความเคารพด้วยความจงรักภักดี และขอให้พระองค์หายจากอาการประชวร อายุยืนหมื่นปี หมื่นๆปี เฮ้ย! ไม่ใช่หนังจีนนะ เอาใหม่........ ขอให้พระชนม์มายุยิ่งยืนนาน ขอจงทรงพระเจริญ!!!!!!!!!!!!!!

            จากนั้นก็ได้ไปลงนามถวายพระพร พร้อมรับของที่ระลึกเป็นรูปในหลวงและพระราชดำรัสที่เป็นมงคล ทหารฉีจะเอาไปฝากคุณนายแม่ของทหารฉี คุณนายแกชอบมาก ในฐานะลูกที่ดี ทหารฉีก็เลยขอเค้ามาได้สองใบ ฮิฮิ............. หน้าตาไม่ดีทำไม่ได้นะเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

             เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ ทหารฉีอยากจะเปลี่ยชุดมาก แต่ด้วยความเกรงใจท่านผู้ใหญ่ระดับนายพล ทหารฉีเลยแอบเก็บตัญหาของตนเองไว้ภายใน (เศร้า!) จากนั้นก็แวะทานอาหารเย็นที่สิงห์บุรี ทู้กท่านค่ะ................. ผู้ใหญ่ระดับนายพลที่ทหารฉีเกรงใจนั้น.......... ได้ทำการแปลงร่างตัวเองในรถเป็นครึ่งท่อนด้วยเสื้อเชิ้ตแบบสบายๆ โดยมีทหารฉีนั่งมองตาปริบๆด้วยความเกรงใจ เหอะๆๆๆ............ ให้ฉันเป็นนายพลก่อนเถอะ เดี้ยวววววววววววววว............???????????????

            ทหารฉีด้วยความที่เป็นนายทหารดาวเดียวที่ต่ำต้อย ก็เลยเดินจะไปนั่งโต๊ะที่ไม่มีเจ้านายมากนักนั่งอยู่ แต่แล้วสวรรค์หรือนรกก็ไม่รู้กลั่นแกล้ง

           พันโท : ฉีน้อย! มานี้..........มานั่งโต๊ะนี้ ข้างๆท่านตรงนี้

           ร้อยตรี (ทำตาปริบๆ) : เจ้าค่ะ

           พลตรี : ฉีน้อยดื่มอะไร?  เอาเบียร์ป่ะ น้องเอาเบียร์มาหนึ่งแก้ว

           ร้อยตรี (ทำตาปริบๆ) : ขอบคุณค่ะ แต่ในเครื่องแบบไม่ดื่มค่ะ

           พลตรี : ไม่เป็นไรอนุญาติ

           พันเอก : ทานปลาซิ อร่อยนะ

           ร้อยตรี  : เจ้าค่ะ

           พันเอก(อีกคน) : น้ำจิ้มนี้อร่อยนะ (ยกมาให้)

          พลตรี : ต้องกินเนื้อที่แก้ม อร่อยที่สุด มานี้ เดี้ยวแกะให้... ได้แล้ว ลองดูสิ(ตักมาวางไว้ให้ที่ช้อน)

          ร้อยตรี (ตักเข้าปาก) : อร่อยที่ซู้ดดดดดดดดดดดเจ้าค่ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

         จากนั้นทหารฉีก็กินอย่างเดียว ไม่สนใจใคร แต่ดูแลเรื่องเครื่องดื่มให้ท่านๆด้วยค่ะ (ทำหน้าที่ตอบแทนแก้มปลาหน่อย)  ทานเสร็จแล้วก็กลับ และทหารฉีก็นอนตลอดเวลา คงเป็นเพราะแก้มปลาแน่ๆ....ฮาฮาฮา...... นี้แหละค่ะ เจ้านายทหารฉี ท่านน่ารักมากมาย ดูแลลูกน้องดีมากๆ ขอเสียงปรบมือให้ท่านหน่อยคาะ (แปะ แปะ แปะ แปะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!)

          วันนั้นกลับมาถึงบ้านก็ละครหลังข่าวจบพอดี แตทหารฉีไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น อาบน้ำเสร็จก็นอนตายไปเลย

ถึงแม้จะเหนื่อยขนาดไหน

ทหารฉีก็ไม่บ่นค่ะ

เพราะว่าภาระกิจในครั้งนี้

ทหารฉีทำเพื่อในหลวงเจ้าค่ะ...............

               สำหรับเพื่อนๆที่อยากเห็นทหารฉี ก็ลองไปดูข่าวย้อนหลังได้ค่ะ ตอนข่าวในพระราชสำนัก เวลาประมาน 20.00 น. ทหารฉีออกทุกช่องเจ้าค่ะ แต่หลายคนบอกว่า ช่อง 5 เห็นชัดที่สุด เพื่อนๆคนไหนสนใจ ก็ลองเข้าไปชมกันได้ และก็ลองทายกันดูว่าทหารฉีคือคนไหน??????????????

 

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.......

 

 

 

สวัสดีอีกครั้งเจ้าค่ะ

หลังจากที่บ้านเมืองสงบลงอีกครั้ง

คราวนี้เรามาสนุกกันบ้าง

ด้วยงานราษฎ์............................

 มันคืออะไรใช่ไหมค่ะ ฮิฮิ!!งานที่ว่าเนี้ย.........มันคืองานที่นายทหารทุกคนจะต้องเคยประสบมา ไม่มากก็มากที่สุด...เหอะๆ

เอาเป็นว่ามาดูงานเหล่านั้นกัน.............

งานที่ว่านั้นเป็นงานบุญงานกุศลและอกุศลทั้งหลาย ที่ทางผู้มีจิตศรัทธาและเจ้าภาพงานต่างๆเชิญเราร่วมในพิธีและงานที่ทหารอย่างทหารฉีได้รับคำสั่งให้ไปร่วมพิธี

อยากจะบอกว่า.......................    เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก....................

เยอะมากแค่ไหน ก็เอางานที่พี่น้องทุกท่านได้รับเชิญคูณด้วยสิบเจ้าค่ะ  นั้นแหละคืองานที่ทหารฉีต้องออกไปร่วมงานในทุกเดือน

แต่ทหารฉีก็ไม่เคยบ่นนะ(แล้วที่เขียนมาทั้งหมดไม่เรียกว่าบ่นเหรอยะ) เพราะว่าทุกงานนั้น เจ้าภาพและผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเรามีความเหมาะสมและสามารถเป็นตัวแทนของหน่วยงานได้ ซึ่งในฐานะที่ทหารฉีเป็นทหารและเป็นเพื่อนร่วมสังคม ทหารฉียินดีและเต็มใจช่วยเหลืองานเหล่านั้นสุดความสามารถ ไม่ว่าจะให้ทหารฉีทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น (ยกเว้นออกตังค์ เหอะๆ)

แต่ว่าบางงานนั้น ทหารฉีก็ทำเปิ่นไปบ้าง ฮาฮา.... ก็ทหารฉีไม่เคยทำมาก่อนนี้หนา .....................

มีอยู่งานหนึ่งเป็นงานศพ ทหารฉีเป็นนายทหารคนเดียวที่ไป และทางเจ้าภาพให้ทหารฉีเป็นแขกผู้ใหญ่ที่ต้องไปถวายผ้าไตรก่อนที่จะเผาศพ.......................

ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ทหารฉีไม่เคยเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างนี้มาก่อน ยิ่งเป็นงานที่ทุกคนจะต้องจ้องมองอย่างนี้ ทหารฉีจะทำยังไงดีนะ ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาอย่างนี้หล่ะกัน ทำตามชาวบ้านเค้าแล้วก็รีบไปนั่งกับที่ดีกว่า แหะๆๆๆๆ  หวานหมู.................. ฮิฮิฮิ...........

ว่าแล้วทหารฉีก็เดินไปด้วยความมั่นใจ(นิดเดียว) เด็ดเดี่ยว(เดี่ยวจริงๆ)  มาดมั่น(ดีนะที่เป็นนางเอก เหอะๆ) ชาตินักรบ(รบเมื่อไรว่ะ) โอ้ว! เป็นการเดินบนกลีบกุหลาบ ไม่มีหลุมให้สะดุดเลย ฮิฮิ!!!!!

จากนั้นทหารฉีก็เดินขึ้นบนเมรุเผาศพ วางผ้าไตร แล้วรีบเดินกลับด้วยความโล่งอก รอดแล้วเรา ฮาฮา...........

กลับมาที่นั่งแล้วก็ยิ้ม ว่าแต่ทำไมเจ้าภาพถึงมองเราอย่างนั้นนะ คงทึ่งในความสวยของเราหล่ะสิ ฮิฮิ.......

ทันใดนั้น ทหารฉีมองไปที่เมรุ ผู้ใหญ่ท่านอื่นที่ไปวางผ้าไตรหลังทหารฉียังยืนกันอยู่ครบทุกคน เพื่อให้พระมารับผ้าไตร ยกเว้นผ้าไตรของทหารฉีที่เหลือแต่พระกับผ้าไตรเท่านั้น เวรกรรม!!!

ขอให้ท่านรับผ้าไตรไปแล้วกันค่ะ ทหารฉีไม่รู้นี่หนาว่าจะต้องยืนรอด้วย ไม่มีใครบอกเลย ดีนะที่หน้าตาดี ผู้ร่วมงานและเจ้าภาพคงให้อภัยได้ เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

สงสารแต่ศพที่อยู่ในโลง ที่คงบ่นอุบว่า ไปเชิญมันมาจากไหนว่ะ!!!! กรูจะตายตาหลับไม๊หล่ะเนี้ยะะะะะะะะะะ......

 อฉีรา ปรมาลาภา

 ความไม่มีฉี เป็นลาภอันประเสริฐ

ทหารฉี... IN BANGKOK

posted on 22 Apr 2010 18:35 by taharn

สวัสดี............. เหล่าพี่น้องทุกสี

ทหารฉีขอให้ประเทศไทยจงสงบ ด้วยสันดิ...

ดีกว่าได้ชัยชนะบนกองเลือดพี่น้อง  ชาวไทย....

เมืองแห่งรอยยิ้ม และความสงบ...

ช่วงนี้ทหารฉีเข้ามาอบรมเรื่องการจัดหาที่ กทม. อบรมสองสัปดาห์ วันนี้ก็เข้าวันที่สี่แล้ว แต่อย่าถามว่าทหารฉีได้อะไรบ้าง เพราะทหารฉีได้มาหลายอย่าง ยกเว้น...... ความรู้

สิ่งหนึ่งที่ได้รับคือ มิตรภาพ ที่ทหารฉีคิดว่า ถ้าทหารฉีไม่ได้เข้ามาอบรม คงไม่มีวันที่จะได้พูดคุยกับนายทหารยศเยอะๆหรือเหล่าเสธฯด้วยความรู้สึกที่เป็นเหมือนพี่น้อง...  เล่นบ้าง... เรียนบ้าง... ทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง...  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าพี่ๆกลุ่มนี้มาจากทั่วประเทศ ที่นานๆทีจะได้มีโอกาสรู้จักโดยไม่ต้องไปยังจังหวัดนั้นๆ...

มาอยู่หอเพื่อนหลายๆวัน รู้สึกเกรงใจมันมากเลย แตทหารฉีก็ไม่รู้ว่าจะทำไง ในเมื่อมันหลวมตัวมาเป็นเพื่อนทหารฉีเอง ฮาฮา.....

การเดินทางก็นั่งเรือจากท่าเรือวัดวรจรรยาวาส มาลงที่ท่าเรือบางโพ สิริรวมแล้วใช้เวลาเดินทาง หนึ่งชั่วโมงกับอีกสิบนาที ทหารฉีนนั่งหลับไปสามตื่นค่อยถึงที่โรงเรียน แต่ทหารฉีก็ไม่ย่อท้อ เพราะคิดว่านั่งเรือดีกว่าไปทางบกฝ่าม๊อบเสื้อแดงไป ฮาฮา............

ทุกวันนี้ทหารฉีทำตัวเหมือนดาราเกาหลี ที่ต้องใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา ไม่ใช่ใส่คลุม แต่ใส่แล้วรูดซิปไปถึงคอหอย อยากจะบอกว่า ............... ร้อยซิบหาย...................... ทหารฉีไม่อยากทำตัวเด่นให้เป็นที่ต้องสงสัย เด๋วทหารฉีอาจโดนดักตบได้ ฮาฮา................. แฟนๆไดอารี่ทหารฉีที่เป็นเสื้อแดง  วานกรุณาช่วยบอกพลพรรครักแดงทีว่า หากเห็นทหารหญิง หน้าตาดีๆ เดินไปเดินมาแถวๆท่าเรือ ก็อย่าได้มาสนใจทหารฉีเลยค่ะ ปล่อยทหารฉีไปเถอะ เค้ากลัวนะตะเองงงงงงงงงงง.......................

เป็นอันว่า การเข้ากทม.ในครั้งนี้ของทหารฉี ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเจ้าค่ะ รถก็ติด คน(เสื้อแดง)ก็เยอะ เงินก็ไม่มี แถมยังอาจจะตกเป็นเป้า M79 ก็ได้ เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.................

มากทม.คราวหน้า ก็ขอให้ทุกอย่างสงบ อยู่อย่างสันติ หันหน้ามาคุยกัน ยอมเสียบ้างดีกว่าทรนงตนว่าตนถูก แล้วประเทศไทยจะไม่ต้องนองเลือด...........

สบายดีกันทุกคน............

สวัสดีค่ะ...พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ลุง ป้า น้า อา หลาน เหลน โหลน และสัพเวสีทุกท่าน (อันหลังเกี่ยวไม๊เนี่ย)
ทหารฉี ห่างไปนานนนนนนนนนน.........สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เพราะว่าทหารฉี...
ภารกิจเยอะมาก.....(เจงๆนะ)
ทั้งงานราษฎ์ งานหลวง งานเอกชน งานบุญ งานแต่ง งานศพ โอ้ย!เยอะไปหมด
 
          อันดับแรกก็ต้องเป็นงานที่ตัวเองต้องทำหน้าที่อยู่ทุกวัน เมื่อทหารฉีทำงานมานานได้สักระยะ ความรับผิดชอบก็เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอื่นๆที่ได้รับมาเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบใหม่ๆ  ลักษณะงานที่มีความละเอียดมากขึ้น รวมถึงงานที่ผู้ใหญ่ไว้วางใจให้ทหารตัวน้อยๆคนนี้ปฏิบัติ ก็อย่างว่าหล่ะ ทหารฉีเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ น่าสงสาร จิตใจงาม เหอะ! นางเอกหนังไทยชัดๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ทหารฉีตัวน้อยคนนี้ ก็จะพยายามทำให้ได้ลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้เจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้ด้วย
          แต่ทหารฉีก็ไม่เครียดค่ะ เพราะว่า อืม! จะบอกดีไม๊นะ.... อืม!........ บอกก็ได้ แต่ถ้าทุกคนรู้ ให้เหยียบไว้เลยนะ อย่าไปบอกให้ใครเค้ารู้หล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผอ.รพ.  อืม!.... แบบว่าเวลาที่ทหารฉีเครียด ทหารฉีจะแก้เครียดด้วยการ.......................... แหะ!แหะ!.............เล่นเกมส์ใน facebook เจ้าค่ะ เพิ่งเล่นมาได้ไใม่ถึงเดือนเลย มีอยู่สองเกมส์ที่เล่น คือ cafe world กับ farmville หลายคนอาจจะสงสัยว่า หายเครียดจริงรึเปล่า ทหารฉีขอฟันธงว่า.............. เครียดกว่าเดิมอีกค่ะ แบบว่าเราต้องคิดตลอดเวลาว่าจะทำอาหารอะไร เก็บได้ตอนกี่โมง ไปเยี่ยมชาวบ้านเค้ารึยัง วันนี้ไปใส่ปุ๋ยให้ชาวบ้านเค้ายัง วันจะรีดนมได้ตอนไหน ถ้ามันตรงกับเวลาที่เรามีธุระ......... ทหารฉีก็จะรอเก็บอาหาร เก็บผักก่อนไม่ว่าธุระจะรีบสักแค่ไหน วันๆก็จะนั่งจ้องหน้าจอไม่เป็นอันทำไรเลย ทหารฉีก็เลยเครียดกว่าเดิม แต่.............. เวลามองดูความสำเร็จของเราแล้ว มันมีความสุขมาก มันพูดออกมาหรือเขียนออกมาไม่ได้ แต่มันออกมาด้วยรอยยิ้ม แววตาแห่งความตื้นตัน ฮิฮิ!! แค่นี้ทหารฉีก็หายเหนื่อยแล้ว เย้!!!!!!
          อันดับที่สอง งานพิธี พอดีทหารฉีมีอีกตำแหน่งคือ นายทหารเอนกประสงค์ ฮะฮะ ตำแหน่งนี้ทหารฉีตั้งขึ้นเอง หน้าที่หลักของตำแหน่งนี้คือ การเป็นตัวแทนหน่วย การประชาสัมพันธ์ พิธีกร ถือพานพุ่มช่อดอกไม้ รับเสด็จ ร่วมงานต่างๆ และอื่นๆอีกจิปาถะเท่าที่ทหารตัวน้อยๆคนนี้จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งในเวลาราชการ นอกเวลาราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันสำคัญทางทหาร วันที่มีงานเลี้ยงรับ-ส่ง ฯลฯ ทหารฉีไปแทบทุกงานที่ได้่รับคำสั่ง ส่งผลให้ทหารฉีมีตารางงานที่แน่นเอียดดดดดดดดด.............มากมายยยยยยยยยยย.............
          อันดับสาม การศึกษา ตอนนี้ ทหารฉีกำลังศึกษาระดับปริญญาโท (เขียนดูดีว่ะ) ฉะนั้น วันเสาร์-อาทิตย์ ทหารฉีต้องตื่นแต่เช้า เพื่อหิ้วกระเป๋าไปโรงเรียน เฮ้ย! มหาวิทยาลัย ไอ้ที่ต้องตื่นเช้าทำให้วันหนึ่งทหารฉีหลับในขับรถไปชนฟุตบาทเข้าให้ ฮือ!!!! รถเป็นรอยเลยง่ะ (เศร้า) แต่ไม่เป็นไรค่ะ ทหารฉีแอบหลับในห้องได้ (แล้วแกจะไปเรียนทำซากทำไมว่ะเนี่ย) ตื่นมาก็ชงไมโลกินกับขนมปัง(เวรกรรม!กินแล้วนอนจริงๆ) จากนั้นก็กลับเข้าไปนอน..เฮ้ย! ไปเรียนใหม่ (ไอ้ฉี!แกเกินไปแล้วนะ) อะไรประมาณเนี่ยค่ะพี่น้องงงงงงงงง.........
          อันดับสี่ อันนี้ไม่อยากบอกเลย ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆเจ้าค่ะ ที่ไหน กับใคร อย่างไร กลับเมื่อไร ไม่ขอบอกนะเจ้าค่ะ เดี๋ยวทหารฉีจะดูเลววววววววววว.......... ในสายตาท่านผู้ชม ฮิฮิฮิฮิฮิ.......
          อันดับห้า งานวัด งานกาชาด งานแสดงสินค้า คลองถม ตลาดนัด จังหวัดนี้มันอะไรกันนักกันหนานะ มีงานตลอดเวลา เหมือนกับว่าจะไม่ให้ทหารฉีมีเงินเก็บกับเค้าใช่ไมํเนี่ยยยยยยยยยย............ งานนี้เสร็จ ก็มีงานนั้นต่อ งานนั้นยังไม่ทันเลิก ก็มีงานโน่นมา งานโน่นยังไม่ทันตั้ง ก็มีงานประจำสัปดาปห์อีกแล้ว ทหารฉีด้วยความที่รักเด็ก รักธรรมชาติ รักทุกๆคน ทหารฉีต้องจำใจ(ใช้คำว่าจำใจ) ไปเดินเที่ยว เดิยซื้อ เพื่อให้รายได้มวลรวมประชาชาติสูงขึ้น กระจายรายได้แก้ปัญหาเงินฝืด กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ เพิ่มสภาพคล่องในตลาด ช่วยเหลือชาวบ้านให้ลืมตาอ้าปากได้ เห็นไม๊ค่ะทุกท่าน ทหารฉีมีภารกิจเยอะจริงๆ(ถุยยยยยยยย)
          อันดับสุดท้าย ปัญหาหัวใจ บอกตามตรงว่า การช้ำในรัก (อกหักก็บอกเถอะ) เป็นอะไรที่ทหารฉียอมรับว่าเหนื่อยที่สุด ทุกข์ใจยังไม่พอ ยังต้องทุกข์กาย กินไม่ได้ นอนไม่หลับอีก เรื่องมันเศร้า! ทหารฉีเกรงว่า จะเป็นการสะเทือนใจไม่น้อยที่ทุกท่านจะได้รับรู้ เพื่อให้ทุกท่านมีความสุข ทหารฉีขอบอกเพียงแค่ว่า ทหารฉีจะอดทนในโลกที่โดดเดียว และยอมรับความจริงว่าโลกนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
และด้วยสาเหตุดังกล่าว ทหารฉีจึงขอตั้งชื่อตอนนี้ว่า ทหารฉี...ช่วงนี้ เนื๊อย...เหนื่อย
สันติจงมีแก่ท่าน และประเทศไทย
เอวัง อาเมน